Showing posts with label Baby. Show all posts
Showing posts with label Baby. Show all posts

Thursday, September 27, 2007

อดเซอร์ไพรส์เล

ไม่รู้เป็นเพราะความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองรึเปล่า เลยทำให้คุณซะมีไม่เคยทำเซอร์ไพรส์สำเร็จเลย (จริง ๆ ก็มีสำเร็จไปเหมือนกันนะ แต่ทีเดียว ถ้าจำไม่ผิด)
เรื่องมีอยู่ว่า เพื่อนร่วมงานที่ท้องไล่เลี่ยกัน จะมีเบบี้ชาวเวอร์ต้นเดือนหน้า แต่ตัวเองก็ไม่ได้อะไร จิมเคยพูดไว้นานแล้วว่าจะมีให้เราเหมือนกัน แต่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไร ยังไง แถมแม่เค้ากับน้องสาวยังบอกให้เราหยุดซื้อของได้แล้ว ให้เหลือของไว้ให้พวกเค้าซื้อบ้าง และก็เราต้องมีเบบี้ชาวเวอร์ แล้วก็จบกันไป

ทีนี้ ความผิดสังเกตุคือ จิมเอาตัวอย่างเวบไซด์ของโรงพยาบาลที่เราทำงาน ที่จิมเค้าเขียนใหม่ให้ เอาไปให้หมอดู แล้วเพื่อนร่วมงานเราก็พูดกับเราว่า เค้าจะโทรหาจิม เราก็ไรฟระ มาโทรหาสามีชั้นทำไม เราก็บอกเด๋ววันนี้(เมื่ออาทิตย์ที่แล้วได้) เค้าก็จะเข้าไปเรื่องเวบไซด์น่ะ เค้าก็อ๋อ โอเค ๆ จากนั้น พอจิมกลับบ้าน เพื่อนร่วมงานเราก็โทรมาคุยกับจิมอีก ตาจิมก็แอบ ๆ คุย เราก็อืม มันต้องมีอะไรแน่ ๆ พอคุยเสร็จ เราก็ถามว่า มีอะไรเหรอ เค้าก็เปล่า ๆ แล้วก็ทานข้าวกัน แต่พอเสร็จ เค้าก็เดินมากอดแล้วก็หัวเราะหุหุ ทำท่าเยาะเย้ยเราว่า เค้ารู้อะไรที่เราไม่รู้ ฮืม เล่นไม้นี้ แค้นฮ่ะ แต่ก็ทำเป็นไม่อยากรู้ไป

แต่วันนี้ พอดีเดินเข้าไปในออฟฟิศที่บ้าน ก็เห็นถุง american greeting เราก็เปิดดู ข้างในเป็น invitation cards สวยเชียว (สวยกว่าของเพื่อนร่วมงานเรามากมาย) มีทั้งหมดสองแพ็คได้ (ตอนนั้นจิมนั่งทำงานอยู่ด้วย เค้าก็บอก เห้ย นั่นไม่ใช่ของยู เอาไว้ที่เดิม เราก็เลยทำเป็นไม่สนใจ หุหุ หารู้ไม่ พอจิมหลับ เราก็ย่องไปดู ก็เห็นอย่างที่บอกนั่นแหละค่ะ แล้วก็มีโพยต่าง ๆ ชื่อและที่อยู่เพื่อนร่วมงาน ครอบครัวจิม และก็เพื่อนรุ่นพี่ที่เป็นคนไทย จิมเค้าพิมพ์และพริ้นท์ไว้ จากนั้นก็เห็นโพยหมดว่า จัดที่ไหน วันที่เท่าไร อาหารคร่าว ๆ จะมีเกมส์ยังไง ไรเงียะ พอดูเสร็จ ก็รีบ ๆ พับเก็บที่เดิม และก็เซ็งตัวเอง ว่าทำไมไม่ปล่อยให้เค้าเซอร์ไพรส์ฟระ ทีนี้รู้หมดแล้วอ่ะ ก็ไม่ตื่นเต้นแล้วดิ แต่ก็คงไม่บอกจิมหรอกนะ ว่ารู้แล้ว กลัวเค้าเซ็งและเสียใจ แต่ก็ประทับใจมากเหมือนกัน ที่เค้าพยายามทำอะไรให้ รวมทั้งประทับใจความน่ารักของเพื่อนร่วมงานด้วย

สรุปว่าจะมีเบบี้ชาวเวอร์หลังวันเกิดตัวเองสองวัน (21 ต.ค. นี้) อ่ะค่ะ หวังว่าตัวเองจะไม่ทำเสียเอง จะมีที่บ้านตัวเองด้วย ก็คงต้องทำความสะอาดบ้านยกใหญ่ แต่ต้องทำเป็นไม่รู้ แล้วมันจะทำยังไงฟระ เอาเป็นว่า แล้วจะเอารูปมาอัพเดตให้ดูละกันนะจ๊ะ แอบตื่นเต้นเหมือนกันอ่ะ เคยเห็นรูปพี่น้อง (ในบอร์ดอังเคิลแซม) ตอนมีชาวเวอร์ แล้วแกมีบัลลังก์ส่วนตัว ฮา ๆๆๆๆ

ก่อนจบวันนี้ สรุปเรื่องชื่อให้น้องคิวท์แล้วนะคะ ชื่อน้องคิวท์ก็จะเป็นชื่อเล่นที่ครอบครัวและเพื่อนคนไทยใช้เรียกกันเหมือนชื่อเล่นของเรา ๆ นั่นล่ะค่ะ แต่ชื่อจริงจะเป็น Hayley Asia Torres (initial:HAT haha) อ่านว่าเฮย์ลี่ ส่วนชื่อกลางก็จะเป็นได้ทั้งชื่อไทยด้วย และเมกันไปในตัว ก็โอเค ไม่ต้องมาปวดหัวนั่งคำนวณตัวเลข แล้วแม่จิมก็ชอบชื่อเอเชียนี่มากด้วย บอกคุณยายจิมไป แกชอบใหญ่ พอเขียนให้แกดูในกระดาษ แกฉีกไปเก็บไว้เลย น่ารักจริง ๆ คุณยาย

ปล. อัพดูดตัวเองหน่อย มีหลายคน อยากเห็นความฉุ ของว่าที่คุณแม่น้องคิวท์ ว่าพุงล้ำไปถึงไหนแล้ว แต่ว่าเป็นคนไม่ค่อยชอบถ่ายรูป เพราะไม่มั่นใจ หรือเรียกง่าย ๆ ว่าขี้อาย (ใครเค้าเชื่อ?) เลยไม่ค่อยได้ถ่ายภาพตัวเองไว้ตอนท้องเลย จิมถ่ายก็ไปตามลบหมด รับตัวเองไม่ได้ แต่มีภาพตอนไปงานแต่งเพื่อนร่วมงานมา นิดหน่อย เห็นหน้าแล้วบ่งบอกเลยว่าไม่อยากถ่ายอย่างแรง หุหุ (ถ่ายจากมือถือทั้งสองรูป เหะ เหะ)

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Saturday, September 15, 2007

เฉลยค่า

ไปแอบเล่นเกมส์ ทายเพศในบอร์ดอังเคิลแซมมา อิอิ มีคนถูกแล้วด้วย (ก็งั้นดิ ก็ทายกันทั้งสองเพศง่ะ อิอิ)
ไปทำมาร่วมครึ่งช.ม. นะคะ ถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ที่แปลกดีเหมือนกัน ราคาไม่แบ๊ดเลย ได้ทั้ง DVD, CD file ภาพ และก็ back up VHS แล้วก็ภาพอีกสองเซ็ท คมชัดมากด้วย แต่ที่สำคัญ คือได้เห็นกันแล้วว่าหนูไม่มีกระปู๋

สรุปว่าหนูเป็นเด็กหญิงนะคะ ยอมรับว่าตอนแรกรู้สึกแปลก ๆ นิดหน่อย เพราะมั่นใจมาก ๆ เลยว่าจะได้ผู้ชาย แต่ก็แค่แป๊บเดียว ยิ่งตอนนี้ยิ่งตื่นเต้นแล้วที่เป็นผู้หญิง (จิมแอบเศร้านิดนึง แล้วก็มาแหย่เราว่า โอ๋ ๆๆๆ ฮันนี่ อย่าเสียใจไป พูดอยู่นั่น จนเราต้องตวาดไปว่า ให้หยุดพูดได้แล้ว เด๋วลูกเสียใจ เพราะเค้ารับรู้)

ตอนนี้โลกของเราก็กำลังเป็นสีส้ม ชมพูอ่ะค่ะ กลับมาบ้านก็คิด ๆ ว่า จะให้ชื่ออะไรดีน้า แต่ชื่อจริงยังไม่สรุป ได้แต่ชื่อเล่น


หนูชื่อน้องคิ้วท์ นะคะ (cute) แล้วอีกไม่กี่เดือนหนูก็จะได้เจอหน้าคุณแม่ กับแด๊ดดี้แล้วนะคะ

Saturday, August 25, 2007

มาดูกันดีกว่า ว่าเตรียมอะไรไว้ให้เบบี้บ้างแล้ว

เหะ เหะ เพิ่งจะ 25 weeks เอง แต่อิฉันเตรียมข้าวของไว้สำหรับเบบี้น้อยแล้วล่ะค่ะ จะว่าเห่อก็เห่อ จะว่าตื่นเต้นก็ตื่นเต้น เตรียมจนจิมต้องบอกให้พอก่อน จะไม่เหลือให้คนอื่นซื้อให้ในเบบี้ชาวเวอร์เลยเหรอ เราก็แหม ๆ อย่างกับจะจัดให้งั้นแหละ แต่ก็เชื่อเค้าน่ะนะคะ คงพอเท่านี้ก่อน เพราะคิดว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องเตรียมก่อนที่เบบี้จะเกิดพอแล้ว ที่เหลือค่อยว่ากันใหม่

อย่างแรกก็คงต้องเป็น Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
จริง ๆ Travel System เซ็ทนี้ ถ้าซื้อคู่กันเลย ร่วม $300 อ่ะ แต่พอดีเลือดงกมันท่วมอก อิอิ เลยเสริชหา แล้วได้แบบแยกขายมาที่เซ็ทนี้ แค่ $200 นิด ๆ เอง หุหุ ภูมิใจมากฮ่ะ

อย่างที่สองก็คงเป็น Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
อันนี้ก็ซื้อตามเพื่อน แต่ไม่รู้ว่าสีเดียวกันรึเปล่า ตอนแรกว่าจะซื้อเป็น Mini Co-sleeper เพราะดูของจริงแล้วก็อืมโอเคแฮะ แต่พอดีเพื่อนปูแนะนำมาว่า ตัว Original ใหญ่กว่านะ แต่แพงกว่าไม่เท่าไร เราก็อืม ๆ มาเสริชหาจากกูเกิ้น อีกเช่นกัน แล้วก็ได้มาในราคาที่แจ่มมั่ก ๆ ถูกกว่าซื้อจากเวบ Arm's Reach เองซะอีก หุหุหุ อีกหนึ่งความภาคภูมิใจ (ถ้าเกิดผลอัลตร้าซาวด์คราวหน้า เป็นผู้หญิงล่ะก็ หุหุหุ ลูกอิชั้นคงจะสมน้ำหน้าแม่มันแน่ ๆ เลย ทั้งงกและก็เลือกแต่สีสำหรับเด็กผู้ชาย เหอ เหอ)

อย่างที่สาม Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
ตัวนี้เป็น Carrier Baby Bjorn ตัวนี้เป็นฟ้าใช้ เลยคุย ๆ กัน ฟ้าก็เรคคอมเม้นท์มากว่าตัวนี้ดีนะ ซัพพอร์ทหลังด้วย แต่เหอ เหอ จริง ๆ ยังไม่ต้องเตรียมก็ได้ เพราะกว่าจะได้ใช้ก็นู่น ลูกเข้าเดือนที่สองที่สามไปแล้วมังคะ แต่ด้วยความที่ พอคุยแล้วความอยากบรรเจิด บวกกับ เข้าไปดูในอีเบย์ ได้มาแบบ buy it now ที่ $89 (รวมค่าส่งแล้วนะ) ถูกกว่าทาร์เก็ต หรือเบบี้อาร์อัส ตั้ง $30 แล้วสีเขียวสวยมาก เข้าคอนเซปต์อิชั้นพอดีเลย

อย่างที่สี่ Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket เหอ เหอ บางคนคงงงว่า เอ่อ จะรีบซื้อไปหาใครเหรอคะ หรือว่ากลัวเงินบูด? ก็จริง ๆ แล้ว กลัวว่าโปรโมชั่นที่เค้าลดราคาทางเวบฯ ที่โพสต์ไว้ในเวบบอร์ด อังเคิลแซม จะหมดซะก่อน เลยไหน ๆ ก็ตั้งใจจะซื้อแล้ว ก็ซื้อมันซะเลยละกัน (เอ่อ 3 more months to go ค่ะ เห่อไปมั้ยเนี่ย)

อย่างที่ห้าและหกนี่ ซื้อคู่กัน อย่างที่เคยบอกว่า ของบางอย่างที่จะไม่สัมผัสกับตัวลูกน้อย หรือตัวเรา จะพยายามหา used จากทางอีเบย์หรือที่ไหนก็ตาม แล้วเครื่อง sterizer and bottle warmer นี่ก็แค่อุ่นขวดนม กับอาหารเหลว และสเตอริไลส์ขวดนม เราเลยได้มาจากอีเบย์ ในราคาที่ถูกกว่าราคาเต็มกว่าครึ่งนึงเลย อีกหนึ่งความภาคภูมิใจ อิอิ
Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ที่ซื้อเองทั้งหมดนี้ก็ถือว่าโอเคในขั้นตอนการเตรียม ณ ตอนนี้ จริง ๆ ยังมีของที่คนอื่นให้มาและก็ของเก่าของเจ้าคิมที่ยังใช้ได้ เช่น baby bath tub ที่แฟนน้องสาวจิมให้มา และก็ของเก่าของคิม ก็มี baby changing table และก็ play pen
ตัว changing table เป็นสีขาว ยังสภาพดีอยู่เลย เราเลยว่าจะดูคริบส์เป็นสีขาวไว้ด้วย แต่คงยังไม่ได้ซื้อจนกว่าลูกจะ อายุหกเดือนนู่นแน่ะ ตอนนี้ก็คงเป็นช่วงเก็บเงินกันไป แล้วไว้มีอะไรมาอัพเดตเพิ่มแล้วจะมาเล่าให้ฟังใหม่นะคะ

ปล: ตอนนี้อัพบล็อกแต่ละทีจะเป็นเรื่องลูกทั้งนั้นเลยอ่ะ อยากจะอัพเดทช็อปปิ้งของตัวเองมั่ง เด๋วนี้คิดว่า ไร้สาระไปซะแล้ว ฮา ๆๆๆ ให้มันได้งี้สิ จริง ๆ ว่าจะอัพฯเรื่องสมาชิกใหม่ในบ้าน (ไม่ใช่เบบี้นะ) ด้วย แต่ไว้อัพฯ ตอนช่วงวันเกิดจิมดีกว่า

Thursday, July 19, 2007

แล้วจะงอขาทำไมล่ะลูกเอ๊ย

เมื่อถึงกำหนดอัลตร้าซาวด์ดูเพศของคุณลูก (เมื่อวันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม ที่ผ่านมา) อิชั้นก็แอบตื่นเต้นพอสมควร เพราะจะได้รู้ซักทีว่า เบบี้เพศอะไร แต่ก่อนจะถึงวันนัด ก็เตือนตัวเองตลอดเลย ว่าห้ามทาโลชั่นที่ท้องนะ สองวัน ไอ้เรากลัวลืม เลยไม่ทาเลยทั้งอาทิตย์ ฮา ๆๆๆ (กลัวลืมจัด)

ตอนโทรไปนัดวันและเวลาทำอัลตร้าซาวด์ ทางเจ้าหน้าที่ก็บอกว่า ให้ดื่มน้ำ 40 oz เริ่มต้นที่เวลา 4:00 สิ้นสุดที่ 4.20 (เวลานัดอัลตร้าซาวด์ตอน 5 โมง)ตอนนั้นก็แค่จด ๆ รายละเอียดไว้ (กลัวลืมอีกนั่นล่ะค่ะ)

แต่พอถึงวันนัดจริง ๆ ด้วยความที่เราเคยเป็นไตอักเสบมาก่อน ที่เข้าโรงบาลไปเมื่อตอนท้องช่วงสามเดือนแรก เลยทำให้อั้นฉี่ไม่ค่อยได้ แล้วคิดดูนะคะ ดื่มน้ำ 40 oz ภายในเวลายี่สิบนาที แล้วห้ามฉี่อีกเลยจนกว่าจะทำอัลตร้าซาวด์เสร็จ เราก็ค่อย ๆ จิบน้ำไปน่ะ กลัวว่าถ้าซัดโฮกไปทีเดียว จะยิ่งทำให้อยากเข้าห้องน้ำเข้าไปใหญ่ พอดื่มน้ำหมด จิมก็กลับมาถึงพอดี เลยบอกเค้าว่า ให้ออกไปกันเลยดีกว่า ไปถึงก่อนเวลาหน่อย กรอกเอกสารเสร็จเผื่อจะได้ซาวด์เลย

แต่สวรรค์ไม่ได้มีตาขนาดนั้นค่ะ เราสองคนไปถึงประมาณ 4:40 ก็กรอกเอกสารอะไรเสร็จ มานั่งรอ แต่คนที่มารอก่อนหน้าเราเนี่ย เกือบสิบคนแล้ว ณ ขณะนั้น กระเพาะปัสสาวะอิฉันเริ่มทำงานหนัก รู้สึกว่าเหมือนเขื่อนกำลังแตก กักน้ำไว้จะไม่อยู่อยู่แล้ว นั่งสั่นขา รอจนถึงห้าโมง ก็ยังไม่มีทีท่าว่าเราจะได้เรียกซักที เลยกระซิบบอกจิม (ด้วยหน้าหงิกที่สุดในโลก) บอกเค้าว่า ไอดื่มน้ำมาสี่สิบเอ๊านซ์ ก่อนมาเนี่ย แล้วเค้าห้ามเข้าห้องน้ำเลย จนกว่าจะเสร็จ ไม่รู้ว่าจะได้เรียกเมื่อไร จิมก็ทำหน้าตกใจ เพราะเค้าไม่รู้ว่าเราต้องทำอย่างนั้นด้วย เลยเดินไปจ้ำจี้เจ้าหน้าที่ให้

จากนั้นประมาณอีกสิบนาทีถึงยี่สิบนาทีผ่านไป ก็มีเจ้าหน้าที่ผิวสี มาเรียกชื่อที่ ณ ขณะนั้น ฟังแล้วเพราะจับใจที่สุดในโลก แต่ว่าอิชั้นเขื่อนจะแตกแล้วอ่ะ กว่าจะลุกได้นี่ต้องมีพยุงเลยนะ จิมก็ถามว่าจะเอารถเข็นมั้ย เราก็บอกไม่เป็นไร ค่อย ๆ กระดื๊บเอาละกัน
ในระหว่างที่เดินไป ก็ถามเจ้าหน้าที่ว่า ชั้นจะต้องรอจนกว่าจะซาวด์เสร็จเลยเหรอ ถึงจะเข้าห้องน้ำได้เนี่ย ชั้นไม่ไหวแล้วนะ เค้าก็บอกว่า "the reason they need to measure the distance between the baby and the cervix" เราก็เอา ๆ เค้าเลยบอกให้ไปเปลี่ยนกาวน์ ก่อน แล้วไอจะทำการซาวด์คร่าว ๆ ทีแรก แล้วจะให้ยูไปเข้าห้องน้ำ แต่ห้ามปล่อยหมดนะ เราก็อ้าว คนมันปวดน่ะ จะให้ฉี่ครึ่งนึงแล้วอั้นที่เหลือยังไงฟระ แต่ก็เอาล่ะ พอเสร็จ แล้วเค้าก็ให้แก้วเรามาใบนึง ให้ฉี่แค่เต็มแก้ว (แก้วขนาดใส่โค้กขายอ่ะ) เราก็อู้ย สบาย แก้วบักเอ้ก พอเข้าห้องน้ำเท่านั้น นั่งปุ๊บ เอาแก้วรอง น้ำจากเขื่อนก็พุ่งออกมาจนแก้วหลุดจากมือ เท่านั้นอิชั้นก็คงไม่ฝ่าด่านไปคว้านเอาแก้วกลับมาถืออีกแล้วล่ะ ตามเรื่องตามราวเลยละกัน แต่ก็ไม่ได้ปล่อยสุดถึงขนาดพอเสร็จแล้วสั่นหรอกนะ (นึกภาพออกเป่าคะ เวลาชิ้งฉ่องเสร็จ แล้วสุดจริง ๆ นี่จะสั่นนะ อิอิ) ก็อั้นที่เหลือไว้

พอเสร็จ ก็กลับไปนอนบนเตียงที่เดิม แล้วเจ้าหน้าที่ก็ทำการซาวด์ต่อ และชมว่า good job ประมาณว่ายังเหลือฉี่ไว้ให้เห็นเป็นขวัญตาว่างั้นเหอะ จากนั้นก็มาต่อกันที่อัลตร้าซาวด์
จากครั้งนั้น (ครั้งแรกที่ซาวด์ไป ก็ตอนอายุครรภ์แค่ 8 weeks/6 days) จนถึงวันนี้ (19 weeks/4 days) ทุกอย่างดูเปลี่ยนไปมาก เป็นตัวเป็นตนแล้ว มีแขนขา มีทุกอย่างครบแล้ว ดูไปจิมก็จับมือเราไปด้วย ก็ยิ้มให้กัน จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็บอกว่า everything seem to be perfect ความยาวของเบบี้อยู่ที่ 14 cm การเต้นของหัวใจอยู่ที่ 140 hb/m ซึ่งถือว่าเป็นเกณฑ์เพอร์เฟค

ระหว่างดูเราก็ถามอยู่ตลอดว่า how about the baby's thing? did you see yet? เจ้าหน้าที่ก็ขำ แล้วก็บอกว่า เค้างอขาตลอดเลย ไม่ยอมให้เห็น แต่ก็ยังพยายามจะดูต่อไป ทีนี้ เจ้าหน้าที่เลยขอพักแล้วไปจัดการเรื่องเอกสาร แล้วจะกลับมาซาวด์ให้อีกรอบ เราก็บอกดีเลย เด๋วเราจะขอคุยกับลูกเราหน่อย ว่าทำไมถึงแกล้งไม่ยอมให้เห็น เค้าก็หัวเราะอีก (ระหว่างรอเจ้าหน้าที่กลับมา ก็มาดูภาพอัลตร้าซาวด์ที่ได้มาละกันนะคะ)
Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ได้มาสองภาพอ่ะค่ะ แต่เห็นภาพที่เหมือนกันเลย (จริง ๆ คงแค่คล้ายน่ะ ) ดูในรูป เหมือนเค้าเอามือเกาหัวเนอะ บางท่า ขณะที่ซาวด์นี่ เหมือนเค้ากำลังดูดนิ้วด้วยล่ะ (พี่สาวบอกว่า นี่ลูกแกจริง ๆ เลยนะเนี่ย เตรียมตัวกัดเล็บเหมือนแม่มันแล้ว)

พอเจ้าหน้าที่กลับมา ก็มาลองทำให้อีกรอบ ก็เหมือนเดิมค่ะ เค้าดิ้นไปมาตลอดเลย ทีแรกนอนแนวขวาง อีกทีหัวเบบี้ ไปอยู่ตำแหน่งหัวหน่าวของมามี้แล้ว เราก็โหย ลูกชั้น โชว์แด๊ดดี้มามี้ใหญ่เลยนะ แต่สุดท้ายแล้ว ยังไงก็ไม่เห็นว่าเบบี้เป็นเพศอะไรอ่ะค่ะ เพราะเค้างอขาตลอด ทั้ง ๆ ที่คุยกับเค้าแล้วนะ ก็ไม่ยอมให้เห็น เลยถอดใจกัน เจ้าหน้าที่ก็บอกไม่เป็นไรนะ ลุ้นเอา ตื่นเต้นดี เราก็เออ ออ แต่ว่าเซ็งกันทั้งพ่อแม่เลย

ทีนี้หมอนัดเดือนหน้า ก็จะถามคุณหมอล่ะว่า จะออเดอร์อัลตร้าซาวด์อีกมั้ย เห็นปู เพื่อนที่บอร์ดบอกว่าจะซาวด์อีกที ตอนช่วง 36 weeks ถ้างั้นก็ดี ป่านนั้น กระปู๋คงเป็นกระปู๋ กระปิ๋มก็คงเป็นกระปิ๋มละ แล้วยังไงมาลุ้นกันอีกทีนะค้า

Friday, July 13, 2007

with my baby's movement

ผ่านไปแล้วกับเรื่องคอนเสริตพี่จ้อน ก็ขอกลับมาหาเบบี้มั่งดีกว่า เพราะตอนนี้เริ่มเปิดเพลงให้เบบี้ฟังแล้ว หาอ่านจากหนังสือบ้าง จากเพื่อนแนะนำบ้าง และก็ที่เคยได้ยินมานานแล้วบ้างว่า เปิดเพลงแนวคลาสิคให้เบบี้ฟัง จะช่วยพัฒนาด้านสมอง ทำให้เด็กอารมณ์ดีและฉลาด เราก็เอ๊ะ แล้วจะเปิดเพลงให้เค้าฟังยังไงล่ะ แค่เปิดฟังก่อนนอนแค่นั้น หรือว่าเปิดเมื่ออยาก แล้วต้องเอาสปีคเกอร์มาใกล้ท้องรึเปล่า

ทีนี้เลยเริ่มมาหาเพิ่มขึ้น ก็เริ่มจากใกล้ตัวก่อน เพื่อนนี่เอง ก็ถามเพื่อน ๆ ที่มีลูกแล้ว หรือกำลังตั้งท้อง ว่าเปิดเพลงให้เบบี้ฟังบ้างมั้ย และทำยังไง บางคนบอกก็ฟังจากไอพอดเนี่ยแหละ ยัดหูฟังใส่กกน. ไปเลย ฮา ๆๆๆ เราฟังแล้วก็ขำ แต่ก็เป็นแนวทางที่น่าสน (สำหรับใช้คนเดียวหรือใช้ไอพอดร่วมกับสามี)

ทีนี้เรามาคุยกับจิม ว่าเค้ามีพวกอุปกรณ์หรือสปีคเกอร์ที่ใช้เปิดเพลงให้เบบี้ฟังสำหรับคนท้องมั้ย เค้าก็บอกมี เค้าจำได้ตอนไปที่นี่ ซื้อเสื้อผ้าสำหรับคนท้อง เค้าเห็นมีขายอยู่ เราก็คลิกเข้าไปดูว่าเป็นยังไง ราคาเท่าไร ปรากฏว่าราคาตั้ง $49 แน่ะ เราก็เอาไงดีฟระ เลยก๊อปปี้ชื่อมาเสริชหาในอีเบย์ ปรากฏว่ามีน้อยมาก ๆ และราคาก็ไม่ได้ถูกเลยสำหรับมือสอง เราก็เอาไงดีหว่า ยังอยากได้อยู่ เลยลองใส่ชื่อในกูเกิล ตัวแทนขายโผล่มาอื้อเลย เราเลยค่อย ๆ คลิกเข้าไปดู ทำให้เห็นว่า มีให้เลือกสองยี่ห้อ และสองแบบ คือแบบนึง มีหูฟังอันเดียว และอีกแบบมีหูฟังสองอัน

หาไปมา เลยไปเจอที่นี่ ด้วยราคาที่ถูกกว่าราคาทั่วไปถึง $10 แน่ะ คนงกอย่างอิชั้น มีหรือจะไม่สน เลยรีบปรี่กันไปซื้อกับจิมทันที ไปถึงก็เดินหา ๆ ในที่สุดก็ได้เจ้าตัวนี้มา ในราคา $39
Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
ตอนที่เราเสริชหาข้อมูล มีรีวิวใต้ผลิตภัณฑ์ด้วย เราก็เลยอ่าน ปรากฏว่า 9 ใน 10 บอกว่า worthless จิมเลยบอก งั้นไม่ต้องซื้อ แต่ว่าข้อมูลที่คนเข้ามารีวิวบอกว่าแย่ เค้าหมายถึงตัว Heart Listener เราก็อ้าว มันไม่ใช่เป้าหมายเรานี่นา เราอยากเปิดเพลงให้ลูกเราฟัง อยากพูดคุยกับเค้า ก็เลยไม่สนใจ เพราะต่อให้ใช้เสร็จ ยังไงเราก็ยังปล่อยขายในอีเบย์ได้อยู่ดี

ทีนี้มาดูกันค่ะ ว่าผลิตภัณฑ์ตัวนี้มีอะไรบ้าง จะคุ้มค่าคุ้มราคามั้ย
- Prenatal heart listener (ไม่ได้ถ่ายภาพแยกมานะคะ แต่ถ้าดูจากในรูป จะเป็นตัวที่คุณพ่อเอาวางทาบบนท้องคุณแม่นั่นแหละค่ะ
-Two Headsets (ก็ในภาพที่คุณพ่อคุณแม่ใส่หูฟัง สีขาว ๆ น่ะค่ะ)
-Fetal Speakers (กลม ๆ มีสีดำตรงกลางอ่ะค่ะ)
-Fetal Microphone
-Belt (นี้ใช้พันหน้าท้อง เวลาจะเอา Fetal Speakers วางตรงตำแหน่งที่เบบี้อยู่)
-Adapter, Recording Cable
-Classical Music CDs

จากนั้นก็อ่านรายละเอียดการใช้งานทั้งหมดเลย ทำให้เข้าใจว่า การจะเปิดเพลงให้เบบี้ฟัง ไม่ใช่นึกจะเปิดตอนไหน เวลาไหนก็ได้ แต่ที่ทางคู่มือแนะนำมาคือ ให้เปิดเพลงให้เบบี้ฟัง ครั้งละไม่เกิน 10 นาที สองครั้ง เวลาเช้าและก่อนนอน และเปิดเวลาไหนครั้งแรก ควรจะเปิดเวลานั้นไปตลอด และควรที่จะเปลี่ยนเพลงไปเรื่อย ๆ ไม่ควรใช้เพลงเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ในการเปิดในแต่ละครั้ง เพราะถ้าเราทำผิดวิธี จากที่จะทำให้เบบี้เพลิดเพลินไปกับเพลงที่เปิด กลับกลายเป็นการรบกวนเบบี้ รวมทั้งทำให้เบบี้เครียดไปเสียอีก
ทางคู่มือยังบอกอีกว่า เริ่มเปิดเพลงให้เบบี้ ตั้งแต่อายุครรภ์ที่ห้าเดือนเป็นต้นไป แต่ก็ไม่มีข้อห้ามว่าห้ามเปิดก่อน เบบี้เราอายุยังไม่ถึงห้าเดือนดี แต่เราก็อยากเริ่มให้เค้าฟังน่ะนะ เลยเริ่มเปิดตั้งแต่คืนแรกที่ได้มาเลย

มาถึงประสบการณ์ครั้งแรก ขอย้อนกลับไปก่อนนิดนึงว่า ปกติเนี่ยเราไม่เคยรู้สึกว่าเบบี้คิก หรือขยับตัวเลย ไม่ใช่เราไม่สังเกตุ แต่เป็นเพราะไม่รู้สึกจริง ๆ แต่วันนั้น (วันพุธที่ผ่านมา) เราเปิดเพลงให้เบบี้ฟังครั้งแรก ขั้นตอนคือเอาเข็มขัดผ้ายางยืดที่ได้มาคาด แล้วก็เอาหูฟังแปะไปสองตำแหน่งบนหน้าท้อง เราเสียบหูฟังสำหรับเราด้วย จะได้รู้ว่า เราเปิดเพลงดังเกินไปรึเปล่า (เกือบลืม การเปิดเพลงใฟ้เบบี้ฟัง ควรจะเปิดให้ดังกว่าปกตินิดหน่อยเท่านั้น อย่ามากเกินไป เพราะถ้าเรายังรู้สึกว่าดังมากเกินไป เบบี้ก็จะรู้สึกเช่นเดียวกัน)
แล้วเราก็นอนราบฟังเพลง รู้สึกผ่อนคลายมาก เวลาผ่านไปยังไม่ถึง 5 นาที สัมผัสแรกของเบบี้คิกก็เกิดขึ้น เราตกใจมาก เพราะอย่างที่บอกว่าไม่เคยรู้สึกมาก่อน ก็รู้สึกตื่นเต้น และครั้งที่สอง สาม สี่....... ไปเรื่อย ๆ จนนับไม่ถ้วน ก็ตามมาเรื่อย ๆ

จิมเพิ่งขึ้นห้องมา เราก็บอกว่า I felt baby kicking แล้วก็นับไปด้วย เค้าก็ขำ แต่เราก็ไม่ได้ร้องไห้นะ แค่รู้สึกว่าดีใจที่ได้รู้สึกว่ามีอีกชีวิตอยู่ในท้องของตัวเอง

พอครบสิบนาที เราก็เปลี่ยนมาเป็นใช้ Fetal Microphone คุยกับเบบี้บ้าง ครั้งแรกบอกตรง ๆ ว่าอาย ไม่รู้จะพูดยังไง เขิน ๆ ก็พูดเป็นภาษาไทย บอกรักเค้า บอกว่าตื่นเต้นที่มีเค้ามาอยู่ และก็จะเปิดเพลงและคุยกับเค้าทุกวัน พอเราพูดเสร็จ ก็เปลี่ยนให้จิมพูดบ้าง เค้าก็เอามือลูบท้องเรา และก็พูดไปด้วย แต่จิมจะเขินมาก ไม่กล้าพูด ก็รู้ล่ะ ว่าเค้ารู้สึกสติวปิดอ่ะ เราเลยพูดให้จิมพูดตาม เพราะจิมพูดแค่ Hi, Hello แค่นั้น แล้วก็เงียบ เราเลยพากย์ไปข้าง ๆ ว่า Hi, little one. We can't wait to see you, we love you ................ จบ คิดอะไรไม่ออกแล้ว เลยหยุดแค่นั้น แต่ก็เป็นครั้งแรกที่เขิน ๆ พอวันถัด ๆ มาก็รู้สึกว่าดีขึ้น

วันนี้ออกวิชาการเล็ก ๆ นะคะ เอาประสบการณ์ตัวเองมาแชร์ บางคนอ่านอาจจะรู้สึกว่าไร้สาระ ไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้อก็ได้ ใช้แค่อุปกรณ์ที่มีอยู่ แล้วเปิดเพลงให้ฟังก็น่าจะพอ ก็แล้วแต่ความชอบความเชื่อของแต่ละคนน่ะนะ อย่างที่เราบอกไว้ข้างต้นว่า เราคิดว่าเราลงทุนแค่นี้ แต่ประโยชน์ที่ได้กลับมาถ้ามันประเมินค่าไม่ได้ เราถือว่าคุ้มสุดแล้วล่ะ

ปล. ก่อนจบนิดนึง เผื่อมีว่าที่คุณแม่อยากซื้อบ้าง ที่วอลล์มาร์ทก็มีขายนะคะ แต่ต้องสั่งออนไลน์เท่านั้น แต่ที่วอลล์มาร์ทจะมีขายแบบ single headset ราคาถูกกว่าอีก $10 ก็เท่ากับ $29 เท่านั้น ถ้าใครไม่ซีเรียสเรื่องใช้หูฟังสลับเปลี่ยนไปกับว่าที่คุณพ่อ ก็ถือว่าคุ้มมากเลย และถ้าไม่อยากเสียค่าชิปปิ้ง ก็ใช้วิธีออเดอร์ให้ทาง Manufacturer มาส่งที่วอลล์มาร์ทสาขาใกล้บ้านน่ะค่ะ แต่ใช้เวลาหลายวันหน่อย แต่ไม่เสียค่าส่งนะ

Saturday, April 14, 2007

ครั้งหนึ่งกับสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะได้สัมผัส

ทำไมวันนี้เรามีอาการแปลก ๆ นา.......

เป็นคำพูดที่บ่นกับตัวเองและพูดกับสามีว่า ทำไมเรามีอาการแปลก ๆ มึน ๆ หัวยังไงบอกไม่ถูก แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร.....

ปกติตัวเองเป็นคนไม่เคยจด หรือจำวันที่ประจำเดือนมา หรือหมดเลย ไม่เคยใส่ใจจำ เป็นมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว...
แต่คราวนี้ มันมีอาการอื่นปนด้วย จนทำให้เกิดคำถามขึ้นมากมาย

- เอ๊ะ หรือเป็นเพราะช่วงนี้เราทานเผ็ดเยอะนา (เคยเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ก็จะมีอาการมึนหัว ปวดท้องคล้าย ๆ แบบนี้) แต่ว่าเรายังมีอาการอื่นอีก

- อาการที่ว่าก็พวกปวดขา ปวดมาก เจ็บหน้าอก (บวกกับใหญ่ขึ้น เหมือนทุกครั้ง) จะต่างจากทุกครั้งตรงที่เจ็บแม้กระทั่งหัวนม คืออาการทุกอย่างจะคล้ายกับอาการเตือนก่อนมีประจำเดือน แต่ก็เอ๊ะ ทำไมไม่มาซะที ไอ้เราก็จำไม่ได้ว่าคราวที่มาล่าสุดมันเมื่อไร แต่คุ้นว่าจะเกินเดือนแล้วนะ แต่ไม่ชัวร์ จนกระทั่ง

วันที่สองของอาการที่ว่ามาทั้งหมด บวกเพิ่มอาการมึนหัว ปนกับจะอาเจียรบ่อย ๆ เลยทำให้ตัดสินใจว่า วันนี้เราจะต้องไปซื้อ Pregnancy test มาซะที ทนกับความรู้สึกนี้ไม่ได้แล้ว (รู้สึกกลัวและกังวลว่าจะท้อง)
จากนั้น ก็ออกไป Grocery shopping และก็ซื้อเทสเตอร์มาด้วย กลับมาก็ไหว้พระก่อนตรวจ ว่าขออย่าให้เป็นอย่างที่คิดเลย แล้วเราก็เข้าห้องน้ำไปทำการตรวจ (ที่ตรวจของเราจะเป็นแบบเก่า ที่ถ้า positive จะมีขีดขึ้นมาสองขีด สีแดง จากปกติถ้า negative ก็จะโชว์แค่ขีดเดียว)

เราเคยทำการตรวจเองแบบนี้มาก่อน ตอนที่บ้า ๆ คิดว่าท้อง...... ครั้งนี้ เราก็ทำเหมือนทุกครั้ง บังคับฉี่ตัวเองให้ตรงกับแท่งเทสต์ แล้วเราก็เอาวางทิ้งไว้แป๊บนึง ชะโงกดู...หึ้ย ขึ้นขีดเดียว เห้อ...โล่งอก แต่ก็ยังนั่งต่ออีกแป๊บนึง แล้วก็ทำความสะอาดตัวเอง กำลังจะลุกพลันหันไปดูผลอีกที เข่าแทบทรุดเลย เพราะขีดที่สองค่อย ๆ ปรากฏขึ้นมา..... ตอนนั้นร้องไห้เลย ตกใจ ไม่รู้จะทำยังไง ความรู้สึกสุมเข้ามาหมดเลย กลัวไปหมดว่าจะผ่านช่วงพีคไปได้มั้ย แล้วเด็กจะเกิดมาครบ 32 รึเปล่า แล้วเราจะเป็นแม่ที่ดีได้มั้ย โอ๊ย ร้อยแปด ป๊อบอัพมา คือเราแต่งงานมาปีครึ่ง จริง ๆ ก็น่าจะเป็นเวลาที่ค่อนข้างเหมาะสม ที่จะมีลูก แต่สำหรับคนที่รู้จักเราจริง ๆ จะรู้ว่าเราไม่เคยมีความคิดอยากมีลูกเลย จะว่าเป็นคนเนกาทีฟก็ได้ กลัวโน่นกลัวนี่ สภาพจิตใจไม่พร้อมจริง ๆ ถึงให้เวลาตัวเองและสามี 5 ปี (ผ่านมาปีครึ่ง ก็เหลือเวลาอีกสามปีครึ่ง) ที่จะให้เวลาตัวเองตัดสินใจในการมีลูก จนกระทั่งวันนี้เค้ามาแล้ว เราจะทำยังไง บอกตรง ๆ ว่ามีความคิดเรื่อง abortion แวบเข้ามาเรื่อย ๆ เลย แต่เราก็สับสนมาก

คนที่เข้ามาอ่านบล็อกเราครั้งนี้ ที่ไม่ชอบเราอยู่แล้ว อาจจะไม่ชอบเรามากขึ้น เพราะความคิดแปลก ๆ ของเรา แต่เราไม่ซีเรียสนะ เพราะถ้าไม่มาเป็นเรา คงไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงเป็นแบบนี้...

ตอนนี้ ความคิดไม่ดี ค่อย ๆ ปรับไปในทางที่ดีขึ้น คนแรกที่ต้องขอบคุณ คงหนีไม่พ้นสามี ไม่คิดว่าเค้าจะแฮนเดิลเราและสถานการณ์ได้ดีขนาดนี้ เค้ารู้เพราะเราโทรไปหาเค้าหลังจากที่รู้ผล เค้าตกใจที่เราร้องไห้แล้วพูดจาเหมือนคนสับสนมาก ๆ ตอนแรกเค้าคงตกใจกับผล เพราะเค้าก็ไม่ได้คาดคิดเหมือนกัน แต่แล้วเค้าก็ปลอบเรา ยืนเคียงข้างเรา ให้กำลังใจเราอย่างดีมาก ๆ เค้าเชื่อมั่นในตัวเรามาก อยากให้เราเอ็นจอยการท้องในครั้งนี้ อยากให้เรามีความสุขที่สุด ในการท้องครั้งนี้ คอยพูดคุย คอยเอาใจใส่ กอด หอม etc มากมายจนบรรยายไม่หมด ซึ่งก็ทำให้เราเชื่อมั่นมากขึ้น ถึงแม้จะมีความคิดแปลก ๆ หรือความกลัวแวบเข้ามาเรื่อย ๆ ก็ตาม
ต่อมาที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ ก็เป็นเพื่อน ๆ ในอังเคิลแซมนั่นเอง คนแรกก็ปูกิ๊ ปูเป็นคนแรกที่รู้ว่าเราท้อง เพราะเราคุยกับปูตลอด ปรึกษาโน่นนี่ จนกระทั่งเป็นคนแรกที่ Congrat!! เรา ปูให้กำลังใจ คำแนะนำ กับเราเยอะแยะ มากมาย แม้กระทั่งข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องประกันเกี่ยวกับคนท้อง ซึ่งเราซาบซึ้งมากมาย คงบอกเป็นคำพูดไม่หมดนะ ขอบใจมาก ๆ เพื่อน
คนที่สองในกลุ่มนี้ คงจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากพี่ปุ้ย ตัวเรายังไม่ได้คุยกับพี่ปุ้ยโดยตรงเลย ตั้งกะรู้ตัวว่าท้อง แต่เพียงแค่พี่ปุ้ย รู้ว่าเราท้องแล้วเครียดเรื่องไม่มีประกัน พี่ปุ้ยก็สายตรงมา Congrat! รวมทั้ง แนะนำพร้อมทั้งอธิบายเรื่องประกันต่าง ๆ มากมาย ขอบคุณมาก ๆ นะคะพี่
จากนั้นก็จะเป็นหนุงหนิง, วิ, ปุ๊ก, อ้อม และแนต ที่โทรมา Congrat!! และให้กำลังใจ (อ้อมกับแนตถึงแม้จะไม่ได้คุยเป็นเรื่องเป็นราว เพราะโทรมาตอนเราหลับ เหะ เหะ แต่ก็ขอบคุณด้วยใจนะจ๊ะ) ซาบซึ้งมาก ๆ จ้ะ
สำหรับเพื่อน ๆ พี่ ๆ คนอื่น พอทราบก็แสดงความยินดีผ่านบอร์ดกันถ้วนหน้า ก็ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้นะคะ

สำหรับตัวเราเอง ตอนนี้ก็คงเป็นหน้าที่ที่เราต้องดูแลตัวเองให้ดีที่สุด เพื่อที่จะผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้ และก็ดูแลเจ้าตัวเล็กที่มาอยู่ในท้องเรา ให้มีสุขภาพกาย และใจแข็งแรงสมบูรณ์มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จะเป็นหญิงหรือชายสำหรับเราไม่สำคัญแล้ว ขอให้ครบ 32 ก็พอ......

คำพูดนึงที่กระตุ้นความรู้สึกเรา เป็นคำพูดจากแม่ของเราเอง หลังจากที่แม่รู้จากน้องชายเรา ว่าเราท้อง น้องชายบอกแม่ด้วยว่าพี่โอ๋กลัว แล้วเครียด แม่ก็บอกว่า จะกลัวอะไร ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัว แม่อุ้มท้องพวกเรามา 3 คน เลี้ยงพวกเรามาจนโต 4 คน จนเป็นคนดีได้ทุกวันนี้ แม่ยังผ่านมาได้เลย... จริง ๆ เป็นคำพูดที่แสนจะธรรมดาสำหรับใครบางคน แต่สำหรับเรา คำพูดแม่คาล์มเราลงเยอะเลย....ขอบคุณนะคะแม่...แม่ยังบอกต่อว่า ถ้าคลอดแล้วไม่เลี้ยง ส่งมานี่ เด๋วแม่เลี้ยงเอง จากเครียด ๆ อยู่ เรายังขำเลย ว่าแม่เลี้ยงหมาเรา 5-6 ตัวยังไม่พอเหรอจ๊ะ จะมาเลี้ยงลูกโอ๋อีก น่ารักจริง ๆ เลยแม่เรา

แล้วจะพยายามมาอัพเดตเรื่อย ๆ นะคะ ถ้าไม่แพ้มากมาย แต่เป็นคนบันทึกอะไรไม่เก่ง คงจะไม่ได้บันทึกอะไรเป็นเรื่องเป็นราว เป็นขั้นตอนเหมือนคนอื่นเค้า แต่ก็จะพยายามละกันค่ะ

ไอ้อ๋วน (อึดอัด)

ไอ้อ๋วน (อึดอัด)

กาก้า (ชูก้าร์)

กาก้า (ชูก้าร์)

น้องเน่ (เนเน่ หรืออีกนิคเนม คืออิแรด)

น้องเน่ (เนเน่ หรืออีกนิคเนม คืออิแรด)

น้องโง (โงกุล)

น้องโง (โงกุล)

ไอ้ส้วม (ส้มหล่น)

ไอ้ส้วม (ส้มหล่น)

หมูม่อน

หมูม่อน

ขอให้รักเรานั้นนิรันดร (เสี่ยวไปมั้ย?)

ขอให้รักเรานั้นนิรันดร (เสี่ยวไปมั้ย?)

About Me

สาวไทยจำใจจากจรเมืองฟ้าอมรมาอยู่บ้านดอนโอไฮโอ